Apple Watch SE 3 ออกกำลังกายได้ดีแค่ไหน เหมาะกับสายฟิตเนสไหม?

16

เผยแพร่เมื่อ

หลายคนที่เริ่มสนใจออกกำลังกายจริงจัง มักมองหาสมาร์ทวอทช์มาช่วยติดตามข้อมูล แต่ก็ลังเลว่ารุ่นราคาประหยัดอย่าง Apple Watch SE3 จะมีฟีเจอร์เพียงพอสำหรับใช้ออกกำลังกายจริงหรือเปล่า หรือต้องจ่ายแพงกว่านี้ไปเลือกรุ่นท็อป

บทความนี้จะพาไปดูว่า Apple Watch SE 3 มีฟีเจอร์ด้านฟิตเนสอะไรบ้าง แบตอึดพอไหม และเหมาะกับสายออกกำลังกายระดับไหน

ฟีเจอร์ออกกำลังกายที่ Apple Watch SE 3 มีให้

แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัดที่สุดในตระกูล Apple Watch แต่ SE 3 ก็ไม่ได้ตัดฟีเจอร์ด้านฟิตเนสออกไปอย่างที่หลายคนกังวล

  • เซนเซอร์วัดหัวใจ ติดตามอัตราการเต้นระหว่างออกกำลังกาย พร้อมแจ้งเตือนเมื่อจังหวะผิดปกติ
  • GPS แม่นยำ (รุ่น Cellular) วัดระยะทางวิ่ง/ปั่นจักรยานได้แม่นยำ แม้อยู่ในเมืองที่มีตึกสูง
  • Workout Buddy ผู้ช่วย AI ที่ให้กำลังใจและวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างออกกำลังกาย
  • กันน้ำ ว่ายน้ำได้ มีโหมดว่ายน้ำเฉพาะทั้งในสระและทะเลเปิด
  • Activity Rings ติดตามการเคลื่อนไหวรายวัน ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ขยับตัวสม่ำเสมอ
  • ตรวจจับการล้ม/การชน เพิ่มความปลอดภัยเวลาออกกำลังกายคนเดียว โทรขอความช่วยเหลืออัตโนมัติ
  • วัดอุณหภูมิข้อมือ เสริมข้อมูลสุขภาพ ช่วยดูการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย

ฟีเจอร์เหล่านี้ครอบคลุมความต้องการพื้นฐานของคนออกกำลังกายทั่วไปได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเข้ายิม

แบตอึดพอสำหรับออกกำลังกายทุกวันไหม?

Apple Watch SE 3 ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 18 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็ว ชาร์จเพียง 15 นาทีก็ใช้งานต่อได้ยาวถึง 8 ชั่วโมง ส่วนชาร์จเต็ม 80% ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเท่านั้น

สำหรับคนที่ออกกำลังกายวันละครั้งแบบปกติทั่วไป ไม่ว่าจะวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเข้ายิม แบตระดับนี้เพียงพอสบายๆ ใส่ทั้งวันแล้วชาร์จตอนกลางคืนก็พร้อมใช้ใหม่ในวันถัดไป แต่ถ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องใส่นาฬิกาต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ได้ถอดชาร์จเลย เช่น การเดินป่าหลายวันหรือแข่งขัน Endurance ระยะยาว แบตระดับนี้อาจไม่พอ ต้องคอยหาจังหวะชาร์จระหว่างวันแทน

ถ้าออกกำลังกายหนักจริง ๆ ต้องขยับไปรุ่นไหน?

สำหรับคนออกกำลังกายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวิ่งระยะสั้น-กลาง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระ หรือเข้ายิม Apple Watch SE 3 ตอบโจทย์ได้ครบโดยไม่ต้องจ่ายแพงกว่านี้เลย

แต่ถ้าเป็นนักกีฬาระดับ Endurance ที่ต้องการแบตอึดกว่านี้มาก หรือมีไลฟ์สไตล์ลุยกิจกรรมกลางแจ้งหนัก ๆ อย่างวิ่งเทรลระยะไกล ปีนเขาหลายวัน หรือดำน้ำลึก Apple Watch Ultra 3 จะตอบโจทย์กว่า เพราะมีแบตอึดถึง 42 ชั่วโมง ส่วนใครที่อยากได้ฟีเจอร์สุขภาพขั้นสูงเพิ่มเติมอย่างการแจ้งเตือนความดันโลหิตสูง โดยที่ยังไม่ต้องการความทนทานระดับ Ultra Apple Watch Series 11 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองรุ่นนี้

พูดง่าย ๆ คือ Apple Watch SE 3 เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายจริงจังหรือออกกำลังกายระดับทั่วไป ส่วนสายที่ต้องการฟีเจอร์เฉพาะทางระดับสูงกว่านี้ค่อยพิจารณารุ่นบนตามความจำเป็นจริง

Apple Watch SE 3 ราคาเท่าไหร่?

สำหรับ Apple Watch SE 3 ราคาอย่างเป็นทางการในไทยเริ่มต้นที่ 8,500 บาท สำหรับตัวเรือนอะลูมิเนียมไซซ์ 40mm รุ่น GPS มีให้เลือก 2 สีคือ Starlight และ Midnight

ราคาจะขยับขึ้นตามไซซ์ (40mm หรือ 44mm) และรุ่นการเชื่อมต่อ (GPS หรือ GPS+Cellular) ถ้าเป็นสายออกกำลังกายที่อยากได้ GPS ความถี่คู่แม่นยำสำหรับวัดระยะทางวิ่งหรือปั่นจักรยาน แนะนำเลือกรุ่น GPS+Cellular ไปเลย

ซื้อ Apple Watch SE 3 ที่ไหนดีที่สุด?

เมื่อมั่นใจแล้วว่า SE 3 ตอบโจทย์การออกกำลังกาย ทีนี้มาดูกันว่าซื้อที่ไหนถึงจะได้ของแท้พร้อมบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้ Studio7 Online เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยจุดเด่นดังนี้

  1. Studio7 เป็น Apple Premium Partner ตัวแทนจำหน่าย Apple อย่างเป็นทางการ มั่นใจได้เรื่องสินค้าของแท้พร้อมประกันศูนย์ไทย
  2. มีโค้ดส่วนลดเพิ่ม แจกทุกวัน ช่วยให้ซื้อได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าราคาปกติ
  3. ผ่อน 0% สูงสุด 24 เดือน* แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้สบายขึ้น
  4. จ่ายผ่าน SPayLater ได้ ต่อให้ไม่มีบัตรเครดิตก็ยังผ่อนชำระได้
  5. ช้อปออนไลน์ รับสินค้าที่สาขาได้ภายใน 1 ชั่วโมง สำหรับใครที่รีบใช้งานหรือไม่อยากรอสินค้าจัดส่ง

สรุป

โดยรวมแล้ว Apple Watch SE 3 มีฟีเจอร์ด้านฟิตเนสครบเครื่องเพียงพอสำหรับคนออกกำลังกายทั่วไป ทั้งเซนเซอร์วัดหัวใจ GPS แม่นยำ Workout Buddy และแบตที่ใช้งานได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องจ่ายแพงเท่ารุ่นบน เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจออกกำลังกายจริงจังและอยากได้ตัวช่วยติดตามข้อมูลที่ใช้งานได้จริง ใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเลือกซื้อได้ที่ Studio7